ว่านขันหมากเศรษฐี

ว่านขันหมากหรือขันหมากเศรษฐี เป็นว่านที่ปู่ย่าตายายสมัยโบราณนำมาใช้รักษาโรคชนิดต่างๆเพราะในเมล็ดของว่านขันหมากมีเอนไซด์ที่ช่วยให้ระบบต่างๆของร่างกายมนุษย์ทำงานได้ตามปกติ อีกทั้งยังช่วยยับยั้งและป้องกันรักษาเซลล์เนื้อร้ายต่างๆ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ รักษาอาการภูมิแพ้ หอบหืด โรคกระเพาะ โรคลำไส้ ทางเดินอาหาร ปวดท้องบิด ตะคริว มือเท้าชา ปวดตามแข้งขา เส้นเอ็นตึง รักษาไข้และอาการไอได้ รักษามะเร็งระยะต่างๆ เนื้องอก ซิสส์ เบาหวาน ความดัน ยับยั้งความเสื่อมชราของร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ป้องกันความเสื่อมทางด้านเพศ เป็นสมุนไพรที่มีงานวิจัยรับรองอย่างมากมาย ส่วนต้นเชื่อกันว่านำมาปลูกประดับบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล โชคลาภ ค้าขายร่ำรวย ป้องกันภูติผีได้ ถ้าใครนำมาปลูกแล้วขันหมากออกดอกเชื่อกันว่าเจ้าของบ้านจะมีแต่โชคดี เงินไหลนอง ทองไหลมา เพราะต้นนึงจะออกดอกออกผลใช้เวลาร่วม 3 ปีทีเดียว ถ้าทุกท่านต้องการข้อมูลมากกว่านี้สอบถามได้นะครับ

หมอพืชอานนท์ได้รับเชิญเข้าร่วมอบรมโครงการพัฒนาภาคีเครือข่ายหน่วยอาสาคุ้มครองผู้บริโภค อย. และ สคบ.

    หมอพืชอานนท์ได้รับเชิญเข้าร่วมอบรมโครงการพัฒนาภาคีเครือข่ายหน่วยอาสาคุ้มครองผู้บริโภค

          ในวันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา หมอพืชอานนท์ได้รับเชิญให้เข้าร่วมอบรมโครงการพัฒนาภาคีเครือข่ายหน่วยอาสาคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่ 1 รุ่นที่ 1 ณ. ห้องประชุมปราศจากศัตรู กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ปคบ.พร้อมด้วย พ.ต.อ.นวพล กันคล้อย ผกก.ฝอ.บก.ปคบ. และ นายสุรเดช ทับทิมใส หรือ “โจอี้ บาซู” ศิลปินนักร้องชื่อดัง ได้ร่วมกันเปิดการอบรม “โครงการพัฒนาภาคีเครือข่ายอาสาสมัครคุ้มครองผู้บริโภค รุ่นที่ 1” โดยมีสมาชิกทั้งข้าราชการ นักธุรกิจภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ กว่า 250 คน
 
 โครงการนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของ บก.ปคบ. และ องค์การอาสาสมัครคุ้มครองผู้บริโภค (อส.คบ.) ด้วยทาง บก.ปคบ. ได้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้บริโภคที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ อีกทั้งมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าควรปกป้องสิทธิของตนเองในฐานะผู้บริโภคอย่างไร จะใช้สินค้าอย่างปลอดภัยได้อย่างไร และจะขอคำแนะนำหรือร้องทุกข์กับหน่วยงานไหนยามเกิดปัญหา จึงถือเป็นนิมิตรหมายอันดีที่พวกเราจะได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องจากการอบรม ในครั้งนี้เพื่อให้สมาชิกรุ่นแรกนำไปบอกต่อยังผู้บริโภคท่านอื่นๆ ช่วยกันสร้างเครือข่ายให้ทุกคนเข้าใจสิทธิและบทบาทของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ต่อไป 
http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html
 ในงานนี้หมอพืชอานนท์ ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับท่านผู้ใหญ่หลายๆท่าน ได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และได้เห็นแนวโน้มการทำงานของหน่วยอาสาและหน่วยงานตำรวจ กองปราบปราม สคบ. กรมคุ้มครองผู้บริโภค อย. ตำรวจพลเมือง ตลอดทั้งเจ้าของบริษัทหลายร้อยบริษัท ได้เพิ่มเติมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลปกป้อง คุ้มครองผู้บริโภค การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ ถือว่าคุ้มมากๆครับ...สำหรับงานนี้ ต้องขอขอบพระคุณทาง บก.ปคบ.มากๆนะครับ



 
    โครงการดีๆแบบนี้หมอพืชอานนท์ขอสนับสนุนเต็มที่ครับ...เพื่อที่คนไทยจะได้เพิ่มเติมความรู้ความเข้าใจในด้านกฎหมายด้านการคุ้มครองผู้บริโภค การทำงานของหน่วยงาน สคบ. ของ อย. และคนไทยจะได้ใช้สินค้าแต่ละอย่าง แต่ละชนิดที่มีคุณภาพ คุ้มค่าคุ้มราคา

เข้าป่าครั้งล่าสุดกับหมอพืชอานนท์...ค้นหาว่านขันหมากเศรษฐีสมุนไพรหายากในป่าลึก

       สวัสดีครับ...วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปดูบรรยากาศบนป่าบนเขาเพื่อค้นหาว่านขันหมากเศรษฐีกัน...ครั้งนี้ขึ้นเขา 2 ลูกครับ เพื่อค้นหาแหล่งใหม่เนื่องจากว่าช่วงนี้มีเคสคนเป็นมะเร็งสอบถามมาเยอะเหลือเกิน น่าเห็นใจจริงๆครับ...พอผมรับโทรศัพท์เกี่ยวกับเรื่องนี้ทีไรรู้สึกหดหู่ใจทุกที...ทุกวันนี้อะไรๆก็เปลี่ยนไป ทั้งดิน น้ำ อากาศ อาหาร ปนเปื้อนสารพิษสารเคมีไปหมด โดยเฉพาะอาหารทุกวันนี้การเกษตรพึ่งกันแต่สารพิษสารเคมี ก่อนปลูกก็ฉีดพ่นยาฆ่าหญ้า ลงต้นลงเม็ดก็ใช้สารไล่แมลงกับปุ๋ยเคมีอีก พอวัชพืชขึ้นก็อัดยาฆ่าหญ้าอีกรอบ กว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตกันไม่รู้ว่ามีอะไรตกค้างในผลผลิตเหล่านั้นบ้าง พอเรานำมาบริโภค..แค่นั้นละครับคิดเอาว่ามันไปสะสมอยู่ที่ไหน...ผมขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับทุกท่านที่มีปัญหาสุขภาพนะครับ ยังไงผมก็จะขอยืนหยัดใช้วิชาความรู้ช่วยให้เต็มที่ เพื่อตอบแทนน้ำใจแทนคำขอบคุณที่ทุกท่านไว้ใจและมั่นใจในตัวหมอพืชอานนท์คนนี้ครับ
                                                                                   

                                 http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html

สภาพป่าบนภูเขาลูกแรกที่ปีนขึ้นไปครับ...น่าใจหายจริงๆป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ถูกไฟไหม้จนเบาบางหมดเลยครับ กว่าเขาจะแตกกิ่งก้านสาขาขึ้นมาใหม่ก็คงอีกนาน ยิ่งว่านขันหมากเศรษฐียิ่งแล้วใหญ่ครับเจอไฟป่าแค่ไม่เกิน 2 ครั้งสูญพันธุ์แน่ๆ...เขาลูกนี้เดินหาประมาณครึ่งวันครับ เจอต้นอ่อนว่านขันหมากที่แตกใหม่จากการถูกไฟไหม้แค่ต้นเดียวเอง
เขาลูกที่ 2 ครับ ไฟไหม้เกือบหมดเช่นกันกับเขาลูกแรก...ทีแรกที่ขึ้นไปก็ใจหวิวๆเช่นกันสงสัยวันนี้คงกินแห้วชัวร์ เดินหาประมาณ 3 ชม.เห็นจะได้...หมดแรงกัน เลยนั่งพักเหนื่อยบนโขดหิน พอค่อยยังชั่วลุกขึ้นจะเดินลงจากเขาก็เหลือบไปเห็นเห็ดระโงกบานดอกนึง นึกยิ้มในใจคงไม่เสียเที่ยวแล้วแหละวันนี้ สุดท้ายสวรรค์ก็เข้าข้าง คงเป็นที่ความตั้งใจอันแน่วแน่ที่อยากช่วยเหลือคนป่วยคนไข้ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่กระมังครับ...เจอป่าที่ไฟป่าไหม้ไม่หมดอยู่ใต้หน้าผา จึงรีบพากันลงไปดูพบว่านขันหมากเศรษฐีหลายสิบต้น...เท่านี้ละครับพวกเรายิ้มกันอย่างมีความหวัง เดินหากันต่อประมาณ 3 ชม.กว่าๆ ได้ต้นขันหมากกันคนละ 50-60 ต้นทีเดียว
ยิ้มออกแล้วครับ...พอเจอว่านขันหมากหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
เข้าป่าครั้งนี้หมอพืชอานนท์สละรองเท้าอีกแล้วครับ...เดินลงเขาหลายกิโลดีนะครับหนามโดนไฟป่าไหม้หมดไม่งั้นแย่แน่ๆคงได้เห็นเลือดสดๆกันแล้ว..ส่วนเสื้อโดนหนามเกี่ยวขาดไป 3 รูเบ้อเร่อเลยครับ แต่ยังไงก็ยังสุขใจที่ค้นหาจนสำเร็จ..ทั้งๆที่แฟนกับคุณแม่ที่ไปด้วยชวนกลับหลายหนก็ได้แต่ปลอบใจกันครับ " เดี๋ยวก็เจอ หาต่อไป...ทุกความพยายามอาจจะไม่ก่อให้เกิดความสำเร็จ...แต่ทุกๆความสำเร็จล้วนเกิดจากความพยายามทั้งสิ้น" และสิ่งที่เห็นมันจะพิสูจน์เอง...สุดท้ายก็ยิ้มกันทุกคนครับ
 
 


วิธีการทานว่านขันหมากเศรษฐีและวิธีการทำดองน้ำผึ้งแบบฉบับหมอพืชอานนท์

                                                วิธีทานว่านขันหมากเศรษฐีแคปซูล
ให้ทานก่อนนอน ครั้งละ 1-2 แคปซูลในช่วง 7 วันแรก และ สามารถเพิ่มเป็นครั้งละ 2 แคปซูล ก่อนอาหารเช้าและก่อนนอนได้ หลังจากทาน 1 สัปดาห์ผ่านไป
วิธีต้มต้นและใบว่านขันหมาก


ให้นำต้นและใบที่ได้ไป ใช้ใบ 5-7 ใบ+ต้นว่าน 7 ท่อน (หรือต้นว่าน 1 ต้น ) + น้ำ 1.5-2 ลิตร ต้มเคี่ยวให้เดือดนานประมาณ 15-20 นาที แล้วนำมาดื่ม จะดื่มแบบร้อนๆหรืออุ่นๆแล้วแต่ถนัดหรือเก็บไว้ในขวดน้ำพกพาไปดื่มที่ทำงานก็ได้เช่นกัน เมื่อรินน้ำจากหม้อต้มหมดแล้วสามารถเติมน้ำได้อีก 2 รอบต้มเคี่ยวให้เดือดซัก 10 นาทีพอเมื่อหมด 3 น้ำแล้วจึงค่อยทิ้งเศษยาในหม้อได้ ใน 1 วันควรดื่มให้ได้มากๆแทนน้ำได้ยิ่งดีนะครับ (ถ้าเคสมะเร็งไม่ควรแช่ตู้เย็น)
หมายเหตุ : ถ้าป่วยเป็นโรคร้ายแรงทุกชนิด อาธิ เช่น มะเร็ง หัวใจ เอดส์ สะเก็ดเงินไต ไวรัสตับ ฯลฯ ควรเก็บดอกไม้พร้อมนำธูปเทียนทำขันธ์ 5 ไปขอขมากรรมกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยและทำบุญถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 4 รูปขึ้นไป และอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรขออโหสิกรรมกับเขาด้วย
วิธีทานลูกสุกว่านขันหมากเศรษฐี
-                   ไม่ควรเคี้ยวลูกว่านขันหมากเป็นอันขาดเพราะจะมีอาการคันมาก
-                   ควรใช้มีดหั่นหรือสับบางๆแทนการเคี้ยวหย่อนใส่ปากกลืนแล้วดื่มน้ำตามมากๆ
-                   สามารถทานได้ครั้งละ 2-5 ลูก ก่อนนอนและก่อนอาหารเช้า ( กรณีรักษาโรคทานได้มากกว่านี้ )
                                      วิธีทำว่านขันหมากเศรษฐีดองน้ำผึ้งสูตรลับหมอพืชอานนท์
ส่วนผสม
-                   ผลสุกลูกว่านขันหมากเศรษฐี 1 ส่วน ( 1-2 ขีด )                         -   น้ำผึ้งแท้ 4 ส่วน ( 4 ขีด )
-                   ขวดโหล หรือ กระปุก จะเป็นแก้วหรือ พลาสติกก็ได้
วิธีทำ
แบ่งการทำออกเป็น 3 แบบแล้วแต่ความถนัดของทุกท่านแต่มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันดังนี้
1.             ดองน้ำผึ้งทั้งลูก ข้อดีได้คงสภาพลูกว่านสุกแบบสดๆไว้ ข้อเสียเวลาเคี้ยวลูกว่านยังมีความคันเหลืออยู่แต่ไม่มากนักและตัวยาออกมาผสมกับลูกว่านช้าประมาณ 1-3 เดือนจึงทานได้
2.             ดองแบบผ่าลูกครึ่งลูกหรือหั่นเป็นท่อนๆ ข้อดีตัวยาออกมาผสมกับน้ำผึ้งเร็วขึ้น และทานได้เร็วขึ้นประมาณ 15 วันทานได้เลย ลูกว่านที่ผ่าจะไม่คัน ข้อเสียยังต้องเคี้ยวลูกว่านก่อนกลืน
3.             ดองแบบนำลูกว่านปั่นให้แตกก่อนดองกับน้ำผึ้ง ข้อดีตัวยาออกมาผสมกับน้ำผึ้งเร็วกว่าการดองทุกแบบและทานได้เร็วขึ้น 7 วันเริ่มทานได้ เป็นการดองน้ำผึ้งที่ดีและให้ผลไวที่สุดครับ
ส่วนวิธีการทำตามนี้เลยนะครับ
-                   ล้างลูกว่านขันหมากให้สะอาด ผึ่งให้หมาดๆ ( ผึ่งพัดลมก็ได้ )ไม่ต้องผึ่งหรือตากแดดจนแห้งนะครับเพื่อป้องกันตัวยาระเหยไปกับแสงแดด
-                   เลือกว่าจะดองน้ำผึ้งแบบไหนแล้วทำการเตรียมลูกว่านตามวิธีการดังกล่าว
-                   นำลูกว่านที่เตรียมไว้ลงในกระปุกหรือขวดโหล เติมน้ำผึ้งที่เตรียมไว้เทลงไปให้ทั่ว ลูกว่าน 1 ส่วน/น้ำผึ้ง 4 ส่วน เสร็จแล้วปิดฝาให้สนิท
-                   ช่วงแรกๆหมั่นเปิดฝากระปุก ทุกๆวัน แต่หลังจาก 1 สัปดาห์ผ่านไปค่อย 7 วันครั้งเปิดพอให้ลมออกแล้วปิดฝาไว้เหมือนเดิม ( ไม่แนะนำให้เปิดฝาไว้ตลอดเพราะเชื้อโรค ละอองฝุ่น มด แมลง จะตกลงไป )
-                   เมื่อครบเวลาการดองน้ำผึ้งสามารถนำมาทานได้ ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ทานทั้งเนื้อว่านและน้ำผึ้ง ตามแต่ถนัดครับ สามารถทานได้ทั้งช่วงเช้าและเย็นนะครับ ( การดองน้ำผึ้งแบบนี้ยิ่งนานวันจะมีรสชาดเปรี้ยวขึ้นไปเรื่อยๆ..ถ้าเราชอบรสชาดแบบไหนให้เก็บเข้าตู้เย็น เช่น ดองน้ำผึ้งผ่านไป 1 เดือน รสชาดออกเปรี้ยวหวานกลมกล่อมกำลังดี ทานง่าย สามารถเก็บเข้าตู้เย็นหยุดรสชาดไว้แบบนั้นได้เลยครับ )


สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้นะครับ : หมอพืชอานนท์ 090-9569093 , 089-6889946
http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html

การค้นพบใหม่ แปลกที่สุดในโลกแต่เป็นความจริง ว่านขันหมากเศรษฐีออกดอกเป็นช่อเหมือนมะลิ ว่านขันหมากสุกแล้ว

      ว่านขันหมากเศรษฐีเป็นสมุนไพรในป่าลึกอันทรงคุณค่า มีสรรพคุณทางการรักษาและป้องกันมากมาย แถวบ้านหมอพืชอานนท์เรียกว่านชนิดนี้ว่า " บักขันหมาก "หรือ"หมากยา" เป็นสมุนไพรโบราณที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์แนะนำต่อๆกันมาตั้งแต่ออกดอกจนถึงระยะลูกสุกกินเวลายาวนานถึง 3 ปีทีเดียว การออกดอกจะออกเป็นช่อทีละช่อ ทีละดอก ...แต่วันนี้ผมจะพามาดูความแปลกใหม่ที่ใครๆก็ต้องงง..ถามคนเฒ่าคนแก่ที่รู้จักว่านชนิดนี้เองก็ยังตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า " ไม่เคยเจอ..แปลก..! "


http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html
ว่านขันหมากต้นนี้เป็นว่านขันหมากป่าที่พระอาจารย์อธิการจำปี อธิปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดโนนหินสูง อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ท่านนำมาปลูกไว้ที่วัดแห่งนี้ร่วม 4 ปีแล้ว ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนที่ชอบช่วยเหลือชาวบ้านผู้ตกทุกข์ได้ยากทุกผู้ทุกนาม..หมอพืชอานนท์เป็นทั้งลูกศิษย์และโยมอุปัฏฐาก เพราะเคยประพฤติปฏิบัติร่วมกันมาเป็นเวลา 2 ปี... เห็นไหมละครับว่าแปลกแต่จริง...แต่ผมไม่ได้บอกใบ้หวยนะครับ..
บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าไม่มี..อาจจะมีอยู่ก็ได้เพียงแต่เรายังค้นไม่พบเท่านั้น...บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้..อาจจะเป็นไปได้เช่นกันนะครับ
ช่วงนี้ไกล้สุกแล้วนะครับสำหรับลูกสุกของว่านขันหมากเศรษฐี...ปีนี้หมอพืชอานนท์จะเริ่มเก็บลงจากเขาประมาณปลายเดือนกันยายน และมีไว้บริการให้กับผู้ที่สนใจจนถึงปลายเดือนมกราคมนะครับ..ท่านใดที่สนใจโทรมาสั่งจองกันได้นะครับ...สั่งจองกันปากเปล่านะครับไม่ต้องมัดจำเงินกันก็ได้
ปกติเมล็ดสุกของว่านขันหมาก 1 กิโลกรัม เมื่อนับแล้วจะได้ประมาณ 1,000 ลูก ผมแนะนำให้ซื้อเป็นกิโลนะครับจะได้ประหยัดกัน...บางท่านซื้อต่อจากไหนไม่รู้เม็ดละ 10-20 บาท นั่นเท่ากับว่าท่านได้ซื้อลูกว่านกิโลละ 10,000-20,000 บาททีเดียว น่าเห็นใจทีเดียว
หมอพืชอานนท์แบ่งให้กับทุกท่านที่สนใจกิโลกรัมละ 2,000 บาท
- สั่ง 3 กิโล ลดเหลือ 5,000 บาทนะครับ ส่วนลด 1,000 บาท
- สั่ง 6 กิโล ลดเหลือ 10,000 บาท ส่วนลด 2,000 บาท แถมฟรีอีก 1 กิโลกรัม เท่ากับได้ลด 4,000 บาท
- สั่ง 12 กิโล ลดเหลือ 20,000 บาท ส่วนลด 4,000 บาท แถมฟรีอีก 3 กิโลกรัม เท่ากับได้ลด 10,000 บาท
สอบถามได้นะครับที่ หมอพืชอานนท์ 090-9569093 , 089-6889946
http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html

เดินป่าหาว่านขันหมากลำบากมากที่สุดในชีวิต พบความอัศจรรย์มากมายและสุขใจมากที่สุดเช่นกัน

    สวัสดีครับทุกท่าน...วันนี้ผมอดรนทนไม่ไหวอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆที่ได้ประสบพบเจอจากการเข้าป่าเก็บต้นว่านขันหมากเศรษฐีครั้งล่าสุด " เมื่อวานนี้เองครับ " มาบอกผ่านทางหน้าจอแห่งนี้
- ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความยินดีกับคุณพี่ทางทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ก่อนนะครับมีข่าวดีแจ้งมาให้ผมทราบว่าหลังจากทานว่านขันหมากที่ผมจัดส่งให้ไปแล้ว มะเร็งตับขั้นโคม่าตรวจพบเชื้อที่ 8,000 กว่า ช่วงอาทิตย์แรกๆหลังจากแอบทานว่านขันหมากก็พบว่าอาการดีขึ้นมากเนื้องอกลดลงไป 5 ซม. และผ่านมาหนึ่งเดือนพอดีตอนนี้ค่าของมะเร็งลดลงเหลือที่ 1,000 อาทิตย์หน้าคุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วพร้อมกับอาการงงๆปนแปลกใจมันเป็นไปได้ยังไง
- อีกท่านนะครับที่เพชรบุรี ทานอาหารไม่ได้ต้องให้ทางสายยาง เป็นมะเร็งในลำไส้ลามถึงกระเพาะอาหาร ต้องให้ยาระงับปวดทุกๆ 2 ชม. หลังจากทานว่านขันหมากไปหนึ่งอาทิตย์ ลดการให้ยาแก้ปวดลงเหลือแค่วันละ 2 ครั้งแทน เคสนี้คุณพี่สวิงที่ดูแลลำบากมากครับเพราะต้องป้อนน้ำต้มยาทางสายยาง ยังไงผมก็ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ..ขอให้มีปาฏิหารย์หายไวๆ
- อีกเคสพี่ที่อยู่ทางขอนแก่นเป็นมะเร็งรังไข่มาหลายปี ทุกข์ใจมากและปวดบริเวณบั้นเอวและหลังมา 8 ปี ทานว่านขันหมากไปแล้วได้เพียงอาทิตย์เดียว อาการปวดที่รักษามาทุกอย่าง กินยามาทุกขนานหายไปเป็นปลิดทิ้ง ผมเองต้องขอแสดงความยินดีกับคุณพี่ภัทรชนกด้วยนะครับ
     นี่หละครับคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงอยากนำวิชาความรู้ที่มีมาช่วยเหลือผู้คนทุกคนที่เจอความทุกข์กาย ทุกข์ใจ กับภัยของโรคร้ายชนิดต่างๆ...ขอเพียงแค่ได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็น รอยยิ้มอันสุขใจของคนที่ผมให้คำปรึกษาและส่งสมุนไพรว่านขันหมากเศรษฐีไปให้..มันทำให้ผมมีกำลังใจในการเข้าป่าหาว่านขันหมาก ถึงมันจะลำบาก ทุกข์ยาก หนักหนาสาหัสขนาดไหน มันก็ยังสุขใจเพราะความหวัง ความตั้งใจที่อยากให้คนที่มอบความไว้วางใจให้กับผมหายจากโรคร้ายเร็วๆ...ช่วงนี้มีเคสเกี่ยวกับมะเร็งในที่ต่างๆเยอะมากครับต้นว่านที่จะนำมาต้มทานควบคู่กับแคปซูล...ต้องใช้ในปริมาณมากพอสมควรทำให้ผมต้องเข้าป่าเดือนนี้หลายรอบกว่าที่เคย
     และครั้งล่าสุดครับ...เมื่อวานนี้เองที่ผมเดินทางเข้าป่าอีกครั้ง คณะเดินทางของผมก็มี คุณแม่ คุณน้า ภรรยาของผม และลูกชายวัย 14 ขวบ รวม 5 ชีวิตด้วยกัน คนที่น่าหนักใจที่สุดก็คือภรรยาของผมเพราะเธอไม่เคยเดินป่าไกลเกินครึ่งกิโลซักที ทุกๆครั้งผมมักจะขึ้นเขาคนเดียวบ้าง กับพรานคู่ใจบ้าง ครั้งนี้เธอขอเดินทางไปด้วย ห้ามก็ไม่ฟังครับเลยปล่อยเลยตามเลย...ระยะทางเดินขึ้นเขาขาไปครับประมาณ 7 กิโลเมตร เป้าหมายคือ " ด่านขี้ทูต " เป็นสถานที่ผมเคยเดินบุกเที่ยวดงชมไพรสมัย ม.ปลายกันเมื่อ 15 ปีก่อน ระยะทางเดินขาไปนี้ถ้าใครเคยเดินขึ้นภูกระดึงจังหวัดเลย นั่นแหละครับไม่ต่างกันเลยทีเดียว แค่ระยะทางขึ้นเขาลูกแรกต้องพากันหอบแฮกๆๆ..ไปตามๆกันเลยทีเดียว ( เหมือนซำแฮกของภูกระดึงเลย)  และที่เลวร้ายที่สุดครับ 15 ปีที่ผ่านมาผมไม่ได้ขึ้นเขาเขตนี้อีกเลย ทางขึ้นที่เคยมีร่องคนเดินสมัยก่อนเดินไปซักพักไม่มีเหมือนเช่นแต่ก่อน..ผมต้องทบทวนความหลังใหม่อยู่นานทีเดียวจึงตัดสินใจตัดทางขึ้นเลยในทางที่คิดว่าน่าจะใช่ ( เดามั่วหรือเปล่าไม่แน่ใจ ) ประมาณ 5 กิโลเมตรครับลุถึงทางด่านแห่งแรกเป็นป่าหินหรือลานหินเนื้อที่นับร้อยไร่ ผมใจชื้นขึ้นมาทีเดียวเพราะสถานที่แห่งนี้ชาวบ้านเรียกติดปากกันว่า " ลานหินถ้ำคีม " เป็นลานหินที่งดงามและมีเสน่ห์มากครับ ยิ่งหน้านี้เป็นหน้าฝนด้วยแล้วมีดอกไม้ป่า กล้วยไม้ นานาชนิด ขึ้นกันดาษดื่นตลอดทั้งแนวหินสวยงามจนบรรยายไม่ถูก หลังจากดั้นด้นกันขึ้นมาจนร่างกายโชกไปด้วยเหงื่อกันทุกคน..หายเหนื่อยกันปลิดทิ้งเลยครับ..เมื่อเราได้เจอสวรรค์บนดินกันแบบนี้
http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html
            ผมพาทุกคนลงไปดูถ้ำคีมกันเป็นถ้ำที่มีความเชื่อกันว่าระยะทางยาวกว่า 5 กิโลเมตร ( จริงหรือเท็จผมไม่รู้เหมือนกันเคยมุดกันกับเพื่อนๆเมื่อ 15 ปีก่อน รูเล็กๆพอคนคลานเข้าไปได้แค่นั้น อากาศน้อยมาก ผมคลานเข้าไปได้ประมาณ 30 เมตรแค่นั้นและได้เจอฝาบาตรพระตกอยู่ข้างในจึงพากันคลานถอยหลังออกมาเพราะแทบไม่มีอากาศหายใจกัน ) ออกจากถ้ำคีมกันเดินขึ้นไปทางเหนือประมาณครึ่งกิโลเมตร..ณ.ที่นี้เราได้พบกับฤาษีที่ท่านได้มาบำเพ็ญตนที่เขตภูเขาแห่งนี้ มันเป็นอะไรที่ผมแทบจะบรรยายไม่ถูก มีแต่ความปลาบปลื้มปีติ สุขใจเป็นล้นพ้น เหมือนความฝันก็ไม่ปาน
     หลังจากกราบท่านและได้สนทนาแลกเปลี่ยนกันทั้งทางธรรม และด้านการช่วยเหลือคนแล้วจึงขอตัวท่านออกเดินทางต่อเพราะบ่ายโมงแล้ว ถ้าผ่านมาทางนี้ ขากลับจึงจะแวะกราบลาท่านอีกครั้งนึง เดินกันไปอีกประมาณ กิโลครึ่ดินทางได้เจอเห็ดโคนไฟดอกสีแดงอมชมพูกันเก็บได้ประมาณ 1 กิโลกรัมจึงพากันเดินทางต่อไปจนบรรลุถึงเป้าหมายคือ " ด่านขี้ทูต " ดังตั้งใจแต่แรกก่อนขึ้นเขามา ณ.ที่นี้หมอพืชอานนท์ได้สละรองเท้าอีก 1 คู่แล้วครับ ด่านขี้ทูตแห่งนี้เป็นลานหินตะปุ่ม ตะป่ำ มีหินรูปต่างๆมากมายครับ ทั้งรูปเต่า ยานอวกาศ รถมอเตอร์ไซด์ เรือ เสาเฉลียง และหินแปลกๆรูปต่างๆนับร้อยชนิด บนเนื้อที่นับร้อยไร่ทีเดียวติดกับชายแดนประเทศลาว..และที่ด่านแห่งนี้มีดอกไม้สวยๆเยอะมากยังกับว่ามีใครมาจัดและตกแต่งสวนไว้ตามรอยแตกของหินและที่สำคัญ ณ.ที่แห่งนี้มีสระน้ำเล็กที่มีน้ำเต็มตลอดทั้งปี มองลงไปเห็นทรายใต้น้ำระยิบระยับเหมือนน้ำจะตื้นๆแต่เมื่อโดดลงไปแล้วลึกท่วมหัวยื่นสุดแขนก็ยังไม่พ้นน้ำลึกประมาณ 2 เมตร เย็นสบายมาก ผมตั้งชื่อสระน้ำแห่งนี่เมื่อ 15 ปีก่อนว่า "สระอโนดาต "เพราะอยู่ไกล้สวนดอกไม้สวยๆและน้ำใสเย็นตลอดปี
     หลังจากวักน้ำเช็ดหน้าเช็ดคอกันแล้ว ทานอาหารมื้อเที่ยงกับเมนูอร่อยๆกัน " ห่อหมกเห็ดโคนไฟ " ผมรับรองภัตตาคารไหนๆก็สู้ไม่ได้ ทานข้าวเสร็จเดินหาต้นว่านกันประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นช่วงวัดดวงกันเลยทีเดียวว่าจะมีต้นว่านให้เห็นกันไหม ตอนนี้แหละครับทรมาณสุดๆเลยรองเท้าไม่มีเดินเท้าเปล่าหาต้นว่าน หนาม มด ปลวก ไม่ต้องพูดถึงครับ เลือดไหลซิบๆตลอดเวลา ที่สำคัญฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาอีกแบบไม่ยอมหยุดยังกะฟ้ารั่ว เขาลื่นมากๆครับถลอกปอกเปิกไปตามๆกัน แต่สุดท้ายพวกเราก็ได้เจอต้นว่านขึ้นกันประปรายครับ...เพราะไฟป่าไหม้ไปเมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมาต้นว่านตายไปเป็นส่วนมาก แต่ณ.ที่นี้เราได้เจอต้นว่านขันหมากตัวผู้กันหลายสิบต้นทีเดียว หลังจากเก็บต้นว่านกันได้พอสมควรจึงเริ่มหาทางกลับ..ฝนเจ้ากรรมครับผ่านมา 2 ชั่วโมงยังไม่ยอมหยุดอีก และนี่ก็คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความลำบาก ความอดทน อดกลั้น อีกครั้ง ผมหาบต้นว่าน 2 กระสอบ น้ำหนักข้างละประมาณ 30 กิโลกรัมทั้งต้นทั้งดิน เดินกลับทางเดิมกัน แรกๆก็พอทนครับเดินไปประมาณ 500 เมตรหยุดทีนึง วางหาบลงจากบ่ากว่าจะถึงอาศรมของปู่ฤาษีต้องวางหาบประมาณ 7 ครั้ง..จึงพากันกราบลาท่านและถวายต้นว่านขันหมากให้กับท่านหลายสิบต้นจึงเริ่มออกเดินทางต่อกันทันที เพราะไกล้จะ 5 โมงเย็นแล้ว...สุดยอดความลำบากคูณสามครับเดินลงเขาที่เป็นลานหินระยะทางร่วม 2 กิโลเมตรฝนตกไม่หยุด หินลื่นๆ รองเท้าไม่มี หนักสุดๆตั้งแต่เกิดมา ต้องระวังตัวแจไม่ให้ลื่นล้ม...ตัวผมเองไม่ล้มแต่แฟนผมซิครับล้มลุกคลุกคลานหลายรอบทีเดียว น่าสงสารเธอจริงๆเธอไม่เคยเดินทางไกลถึงกิโลซักทีแต่วันนี้ สภาพอากาศแบบนี้ ขึ้นเขาลงห้วยแบบนี้ เหนื่อย และหนักแบบนี้ เธอกัดฟันสู้ไม่ถอย ผมต้องขอบคุณคู่ชีวิตของผมคนนี้จริงๆเพราะถ้าผมมาคนเดียวผมคงไม่มีแรงหาบต้นว่านเหล่านี้แล้ว แต่เมื่อเห็นเธอลำบาก กัดฟันสู้โดยไม่ปริปากขนาดนี้ ผมคือผู้นำครอบครัว คือความหวังของอีกหลายชีวิต ผมจะยอมแพ้เชียวหรือทำให้เต็มที่ทำให้ดีที่สุด..ทุกคนทนได้ผมก็ต้องทนได้

      กว่าจะลงมาถึงตีนเขาต้องวางหาบหยุดพักกันร่วม 10 ครั้ง ผมเองเคยหาบน้ำหนักๆก็ไม่เกินกิโลแต่วันนี้หาบหนักๆ ขึ้นเขาลงห้วยแค่ขากลับนับ 7 กิโลเมตรทีเดียวครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ ที่ต้องใช้ความอดทน อดกลั้น ความพยายามถึงขีดสุด
http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html

      อีกประมาณกิโลกว่าๆจะถึงรถขอถ่ายรูปแบบสู้ๆให้กำลังใจกันหน่อย..เพราะเริ่มมืดแล้วทุ่มๆกว่าๆยังเหลืออีกหลายกิโล ยังไม่เห็นชายป่ากันเลย

     เมื่อสู้เต็มที่แล้วมันต้องพบกับชัยชนะ ถึงไม่ชนะใครก็ช่างแต่เราชนะใจตัวเองให้ได้ก็พอ..ขอขอบคุณคุณแม่ผู้ไม่ยอมแพ้ คุณภรรยาผู้เป็นยาใจ คุณน้าถึงขาไม่ดีแต่ก็สู้ไม่ถอย ลูกชายผู้เดินตามรอยเท้าพ่อไม่ยอมท้อถอย..ขอบคุณทุกแรงใจที่ทำให้ผมได้สร้างความดีไว้ให้กับสังคม...นี่แหละครับที่เหนื่อยๆมาก็หายเป็นปลิดทิ้ง..ขอบคุณครับ http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html

วงจรชีวิตของว่านขันหมากเศรษฐี 3 ปีลูกสุกครั้งนึง

         ว่านขันหมากหรือขันหมากเศรษฐี เป็นว่านที่ปู่ย่าตายายสมัยโบราณนำมาใช้ป้องกันและรักษาโรคชนิดต่างๆเพราะในเมล็ดของว่านขันหมากมีเอนไซด์ที่ช่วยให้ระบบต่างๆของร่างกายมนุษย์ทำงานได้ตามปกติ อีกทั้งยังช่วยยับยั้งและป้องกันรักษาเซลล์เนื้อร้ายต่างๆ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ รักษาอาการภูมิแพ้ หอบหืด โรคกระเพาะ โรคลำไส้ ทางเดินอาหาร ปวดท้องบิด ตะคริว มือเท้าชา ปวดตามแข้งขา เส้นเอ็นตึง รักษาไข้และอาการไอได้ รักษามะเร็งระยะต่างๆ เนื้องอก ซิสส์ เบาหวาน ความดัน ยับยั้งความเสื่อมชราของร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ป้องกันความเสื่อมทางด้านเพศ เป็นสมุนไพรที่มีงานวิจัยรับรองอย่างมากมาย ทุกส่วนของว่านชนิดนี้ตั้งแต่ ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล มีตัวยาต่างๆมากมาย  ส่วนใครที่นำต้นมาปลูกเชื่อกันว่าเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง โชคลาภ ค้าขายร่ำรวย มีมหานิยม เป็นที่เกรงขามต่อผู้ได้พบเห็น ป้องกันภูติผีได้ ถ้าใครนำมาปลูกแล้วขันหมากออกดอกเชื่อกันว่าเจ้าของบ้านจะมีแต่โชคดี เงินไหลนอง ทองไหลมา เพราะต้นนึงจะออกดอกออกผลใช้เวลาร่วม 3 ปีทีเดียว ถ้าทุกท่านต้องการข้อมูลมากกว่านี้สอบถามได้นะครับที่ หมอพืชอานนท์ 089-6889946,085-6572243
     วันนี้ผมจะพาทุกท่านมาดูข้อมูลวงจรชีวิตของว่านขันหมากเศรษฐี สุดยอดสมุนไพรจากป่าลึกกันนะครับ ว่าเขามีวิถีความเป็นอยู่แต่ละช่วงแต่ละอายุยังไง...ก่อนอื่นผมเองต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่าไม่ได้อุปโหลกตัวเองเป็นผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง แต่ผมคลุกคลีและศึกษาว่านขันหมากเศรษฐีมาร่วม 7 ปี เดินป่า ขึ้นเขา มาไม่ต่ำกว่าร้อยครั้ง หลงป่าเป็นวันเป็นคืนนับสิบครั้ง ใช้ว่านชนิดนี้ช่วยเหลือบรรเทาผู้คนที่รักสุขภาพ รักษาโรคร้ายต่างๆที่รุมเร้ากายและใจ ตลอดจนป้องกันตัวเองจากสภาพแวดล้อมและอาหารการกินที่เปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อน มาร่วม 7 ปี จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ดังกล่าวให้กับท่านผู้ที่สนใจใคร่รู้ในความเป็นมาของว่านชนิดนี้ครับ
http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html
วงจรชีวิตว่านขันหมากเศรษฐี

1. แก่จัด บางครั้งก็แห้งเหี่ยวร่วงลงสู่ดิน หลังจากรอดจากกระรอก กระแต นก หนู ไก่ป่า  

2. หลังจากเหลือรอดจากปลวก มด แมลง หนู ตามพื้นดิน ประมาณ 3-6 เดือน ก็จะงอกต้นลูก ต้นใหม่ขึ้นมาให้เห็นครับ


3. ประมาณ 1 ปี ถ้าไม่มีไฟป่ามาเผาทำลายก็จะเริ่มเลี้ยงต้น เลี้ยงใบ ดูที่ลำต้นครับยังเขียว ลำต้นยังอ่อนอยู่ ถ้าลำต้นเริ่มแก่จะออกน้ำตาลไล่ขึ้นไปจากโคนไปปลาย



4. อายุประมาณ 3-5 ปี ลำต้นจะเริ่มแก่สีออกน้ำตาล จึงจะเริ่มติดดอก ออกลูกได้
5. เมื่อต้นสมบูรณ์เต็มที่ ประมาณ 3-5 ปี จะเริ่มออกดอก การออกดอก1ต้นอาจมีหลายๆดอกออกตามกันก็ได้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของลำต้น เกิดดอกได้ตลอดปี
6. ประมาณ 15-30 วันดอกจะร่วง เผยให้เห็นพวงลูกว่านขันหมากลูกเล็กๆเป็นตุ่มๆ เล็กกว่าหัวไม้ขีดอีก
        7. ประมาณ 6-8 เดือน ลูกจะเริ่มโตขึ้น ขนาดประมาณหัวไม้ขีดไฟ
 
8. ลูกว่านขันหมากอายุประมาณ 2-2.5 ปี ประมาณ ครึ่งปีก็คงมีลูกแดงๆสุกให้เห็นเป็นพวงเลยครับ

9. เมื่ออายุครบประมาณ 3 ปี ตั้งแต่ออกดอกมาเขาก็จะสุกอย่างที่เห็นนี่แหละครับ

                       http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html
 

    อย่างที่ทุกท่านรู้กันนะครับว่าว่านชนิดนี้ตั้งแต่ออกดอกจนถึงลูกสุกกินเวลายาวนานมากถึง 3 ปี แล้วช่วงลูกสุกแดงก็มีกระรอก กระแต ไก่ป่า นก หนู แย่งกันกิน นอกจากนั้นก็ร่วงหล่นสู่ดิน งอกขึ้นมาอีก แต่กว่าที่เขาจะโตจนสามารถออกลูกออกผลได้ก็ไม่ต่ำกว่า 3 ปีเช่นกัน สรุปแล้วก็คือหลังจากเมล็ดงอก จนเป็นลำต้น เลี้ยงตัวเองจนเติบใหญ่ 3 ปี จึงจะออกดอกได้ เมื่อออกดอกแล้วกว่าจะเป็นลูกสุกก็ร่วม 3 ปี นั่นก็คืออายุขั้นต่ำที่เขาให้ลูกสุกแก่เราท่านก็ร่วม 6 ปีทีเดียว นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเมื่อนำเขามาทำเป็นยาสมุนไพรทานจึงเห็นผลชัดเจนครับ และภัยอีกอย่างของต้นว่านชนิดนี้ก็คือ ไฟป่าครับ ทั้งจากน้ำมือของมนุษย์ และเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ถ้าป่าไหนไฟไหม้นั่นหมายถึงว่านชนิดนี้ต้องเริ่มวงจรชีวิตใหม่ตั้งแต่เริ่มงอก เลี้ยงลำต้น ออกดอก เป็นลูก ร่วม 6 ปีทีเดียว บางแห่ง บางที่ เจอไฟป่า ครั้ง สองครั้ง สูญพันธุ์ไปเลยก็มีครับ น่าเสียดายจริงๆ

จากใจของหมอพืชอานนท์ ...NEW ว่านขันหมาก ต้นว่าน ขายว่าน ถูกที่สุดในเมืองไทย

                                              ความรู้สึกจากใจของหมอพืชอานนท์
        เดือนเมษายน เป็นเดือนที่มีแต่ความร้อนอบอ้าว เป็นเดือนที่สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้กับบุคคลส่วนใหญ่เป็นอันมาก ยิ่งคิดก็ยิ่งร้อน ร้อนทั้งกายและใจ สุดท้ายก็จะเป็นบ่อเกิดให้โรคภัยเบียดเบียน เพราะโรคภัยไข้เจ็บส่วนใหญ่กว่าครึ่ง เกิดจากความคิดเช่นเดียวกัน หลายท่านที่มีปัญหาสุขภาพก็อยากให้หายไวไว ตัวผมเองก็ร้อนใจไม่น้อยไปกว่าทุกท่านเช่นกัน อยากให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงและหายเจ็บ หายป่วยกันเร็วๆ ก่อนอื่นผมเองก็ต้องขอขอบพระคุณทุกๆท่านที่ให้ความไว้วางใจกับผมหมอพืชอานนท์ในการเป็นที่ปรึกษาปัญหาสุขภาพให้กับทุกๆท่านนะครับ
                         ขอบคุณครับ..สำหรับทุกๆสิ่ง.....ความจริงใจความห่วงใยที่ทุกท่าน..มีให้
                     หมอพืชอานนท์รับรู้..และรับไว้ด้วยใจ...รับรู้ถึงความห่วงใย...ที่ทุกท่านมี
                         ขอบคุณอีกครั้ง..สำหรับความห่วงหา...ความอาทรที่ทุกท่านมีให้..ในวันนี้
                     ขอบคุณนะครับ..สำหรับความหวังดี....ขอบคุณอีกที..ขอบคุณมาก..จากใจจริง
       ช่วงหลังสงกรานต์ผมมีโอกาสขึ้นกรุงเทพฯไปคุยงานกับท่าน ดร.สมภพ เกี่ยวกับว่านขันหมากเศรษฐี ว่าจะทำยังไงให้สามารถช่วยเหลือคนให้ได้มากกว่านี้ ต้องขอขอบพระคุณท่าน ดร.สมภพมากๆนะครับที่ให้โอกาสหมอพืชบ้านนอกคนนี้..และช่วงที่ขึ้นกรุงเทพฯคราวนี้ผมนำต้นว่านขันหมากติดรถขึ้นไปเกือบ 100 ต้น เพื่อนำไปฝากหลายๆท่าน..บางท่านก็โชคดี..แต่บางท่านก็น่าเสียดายแทน..บางท่านผมผ่านไปจนถึงหน้าบ้านโทรหาทั้งวันก็ไม่มีใครรับสาย..เอาไว้โอกาสหน้าละกันนะครับ..ถ้าท่านไหนที่สนใจอยากได้ก็แจ้งผมไว้เนิ่นๆละกันนะครับถ้ามีโอกาสได้ขึ้นไปอีกผมจะนำไปฝาก ( ฟรีนะครับ )                ช่วงหลังมานี้มีหลายท่านโทรมาแจ้งข่าวดีกันหลายร้อยท่าน..
- บางคนแจ้งมาว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เป็นอยู่ระยะต้น..ทานว่านขันหมากแล้วตรวจหาเชื้อมะเร็งไม่เจอเลย..ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก
- บางท่านแจ้งมาว่าทานแล้วขาว ผิวนวลเนียนมากกว่ากินกลูต้าไธโอนเสียอีก..อย่างนี้กะมีกับเขาด้วย
- บางท่านแจ้งมาแรกๆนึกว่าหมอเชียร์ขายของ ว่าภูมิแพ้แก้ได้จริงๆแรกๆไม่ค่อยเชื่อแต่ก็ลองทานดู ทานไปเพียงกระปุกเดียว หายใจคล่องขึ้น น้ำมูกลดลง เสลดไม่มี ดีขึ้นจริงๆๆ
- หลายคนโทรมาบอกว่าขับถ่ายสะดวกขึ้น ท้องไม่ผูกเหมือนเดิม อาหารย่อยง่ายไม่แน่นเหมือนก่อน
- หลายท่านอายุ70 กว่าบอกกระซิบมาว่า...เรี่ยวแรงดีขึ้นไม่รู้มันมาจากไหน..เตะปี๊บดังแล้วเด้อ
- บางท่านบอกมา..ขอหวยแม่นดีแท้..สมเขาว่าเป็นว่านมหามงคลจริงๆ..ปลูกแล้วโชคดีสมคำล่ำลือ
- บางท่านเก็บใบมาต้มน้ำดึ่ม...เคยเหนื่อยหอบ เดี๋ยวนี้เดินตัวปลิวเลย
- บางท่านอายุมากแล้วนอนไม่หลับ...ทานว่านแคปซูลแล้วหลับสนิทดีทุกคืนเลย
- บางท่านป่วยระยะสุดท้าย...ร่างกายซูบผอม...ทานอาหารไม่ได้..ต้มต้นว่านทาน+แคปซูลทุกว่านผ่านไปไม่ถึงครึ่งเดือน เริ่มทานอาหารได้...กลับมามีเรี่ยวมีแรง...ดีวันดีคืน
- บางท่านบอกว่าลุงทานแค่วันละ 1 เม็ดเองเพราะกลัวหมดไว...งบมีน้อย..แต่ทำงานตัวปลิว หลับสบายทุกคืนเลย
   นี่คือตัวอย่างของหลายๆท่าน....ที่ทานว่านขันหมากเศรษฐีครับ
                             http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html
แปลงเพาะชำรอส่งเพื่อช่วยเหลือและแบ่งปันกัน


                                          ต้นนี้ครับสูงกว่า 170 ซม. คาดว่าอายุน่าจะ 20 ปีขึ้น
                                   http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html